จักรยานเบื้องต้น

How To Buy A Bike by Brian Fiske

ดัดแปลงจาก และ แปลจาก How To Buy A Bike by Brian Fiske
(แปลผิดพลาดอย่างไรขออภัยนะครับ แนะนำ แก้ไขได้ครับ)

Brian Fiske ให้คำแนะนำดีๆ ไว้สำหรับผู้ต้องการจะซื้อจักรยานคันใหม่
เราควรจะถามอะไรกับผู้ขาย เพื่อที่จะได้รับจักรยานที่เหมาะสมกับเราที่สุดครับ

ก่อนอื่น ลองร่างแบบจักรยานของคุณเอง ด้วยการถามตัวเองสองข้อ
ที่สำคัญคือคุณต้องตอบคำถามอย่างซื่อสัตย์กับตัวเอง

ข้อแรก คือ ตอนนี้คุณเป็นนักปั่นแบบไหน ระหว่าง “มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มปั่นจักรยานคันแรก” หรือ “เป็นนักปั่นที่ปั่นมามากพอและอยากจะสนุกให้มากขึ้น หลังจากคุณรู้จักจักรยานมาพอสมควร” ตอนนี้คุณต้องรู้จักตัวเองก่อนครับ ว่าคุณอยู่ในระดับไหนของการออกกำลังกาย
ข้อสอง คุณปั่นมีเวลามากน้อยแค่ไหนต่อสัปดาห์ ความคาดหวังสูงสุดในการปั่นของคุณอยู่ระดับไหน (เช่น เข้าร่วมงานการกุศลปั่นจักรยานทุกครั้งที่มีโอกาส เข้าแข่งขันในรายการประจำปีของท้องถิ่น หรือปั่นจักรยานไปทำงานทุกวัน)

จากนั้นลองนึกภาพนักปั่นที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองข้อแรกครับ จักรยานแบบที่อยู่ระหว่างจุดทั้งสองคือแบบที่คุณควรซื้อ หากซื้อในระดับที่ต่ำกว่านั้น คุณก็จะไม่มีทางพัฒนาการเป็นนักปั่นของตัวเอง

เช่น คุณเพิ่งเริ่มต้นปั่นจักรยาน แต่เป้าหมายสูงสุดในการปั่นที่ต้องการคือ เข้าร่วมปั่นแข่งขันประจำปีของท้องถิ่น ก็ควรเลือกในระดับที่อยู่ตรงกลางของผู้เริ่มต้น กับ มืออาชีพ หากเลือกซื้อเพียงจักรยานแค่เพียงปั่นในเมืองธรรมดา ก็ยากที่คุณจะพัฒนาการปั่นของคุณให้เข้าแข่งขันได้ พอเห็นภาพบ้างหรือไม่ครับ

หาข้อมูลร้านจักรยาน

ค้นหาร้านจักรยานที่ใกล้และสะดวกที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่า ความสะดวกสบายเป็นตัวตัดสินใจเลือกร้านที่จะซื้อจักรยานนะครับ ร้านค้าที่เหมาะสมควรง่ายต่อการเข้าถึง แล้วทดสอบจักรยานครับ ลองโทรศัพท์ไปสอบถาม พูดคุยกับร้านค้าอย่างน้อยสองหรือสามครั้ง สอบถามถึงยี่ห้อที่มีขายในร้านนั้น ถามว่า ร้านนั้นเชี่ยวชาญการใช้จักรยานรูปแบบไหน บางร้านอาจจะถนัดเสือภูเขา บางร้านอาจจะถนัดจักรยานเสือหมอบ ถ้าคุณกำลังมองหาจักรยานเสือหมอบแต่ร้านนั้นถนัดเสือภูเขา ก็ควรผ่านร้านนั้นไปนะครับ และควรถามถึงการบริการระหว่างการขายและหลังการขายของร้านค้า เมื่อคุณต้องการซื้อจักรยานใหม่
“การให้บริการปรับแต่งฟรีในปีแรก ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีระหว่างคุณกับร้านค้า”

หาข้อมูลจากอินเตอร์เนต

คลิกและอ่าน เข้าชมเว็บไซต์ของยี่ห้อจักรยานที่คุณเลือก ส่วนใหญ่เว็บไซต์เหล่านี้มักจะจัดระเบียบเว็บไซต์เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูลอยู่แล้วครับ คุณเพียงแค่ลองมองหาข้อมูลจักรยานในแบบที่ตรงลักษณะการใช้งานของคุณ
ศึกษาวัสดุที่ใช้ทำโครง ชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ล้อ ตีนผี และ ขาจาน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถสังเกตดูจุดเหล่านั้นได้ทันทีเมื่อคุณไปร้านจักรยานที่คุณได้หาข้อมูลไว้ก่อนแล้ว
ราคา ถ้ามันอยู่ในระดับเดียวกับที่คุณได้หาข้อมูลจากอินเตอร์เนต มักจะมีเฟรมที่ใช้วัสดุเดียวกัน ราคาอาจสูงขึ้นได้ครับ หากชิ้นส่วนบางอย่างพิเศษขึ้น เช่น มีล้อที่แพงกว่า จะมีผลให้ราคาจักรยานสูงขึ้นครับ
“เฟรมคือชิ้นส่วนที่จะอยู่กับเรานานที่สุดครับ แนะนำให้ลงทุนซื้อเฟรมคุณภาพสูงไว้ก่อน การอัพเกรดชิ้นส่วนอื่นอาจตามมาภายหลังได้ครับ ถ้าคุณต้องการ”


หาไอเดีย

ถามเพื่อนคุณที่เขาปั่นจักรยานอยู่ก่อน ลองถามถึงสิ่งที่พวกเขาชอบ และไม่ชอบเกี่ยวกับจักรยานที่เขาใช้อยู่ครับ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินได้ โดยดูรูปแบบลักษณะการปั่นของเพื่อนคุณว่าเหมือนหรือแตกต่างกับคุณอย่างไร ขอความคิดเห็นเกี่ยวกับจักรยานรุ่นที่มีภายในร้านหรือรุ่นจักรยานที่คุณพบบนอินเทอร์เน็ตที่คุณได้หาข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้
ถ้าคุณไม่รู้จักนักปั่นมากพออาจ E-Mail ขอความเห็นจากชมรมจักรยานที่คุณรู้จักได้ครับ
บนัส: คุณจะได้เพื่อนมาปั่นด้วยเมื่อคุณมีจักรยานคันใหม่ครับ


ไปร้านจักรยาน

เมื่อคุณได้ข้อมูลมามากพอ ก็ถึงเวลาที่คุณต้องไปร้านจักรยานที่เลือกไว้ครับ ลองเดินดูให้ทั่ว ตรวจสอบรุ่นที่คุณหาข้อมูลไว้แล้ว ดูชิ้นส่วนต่างๆ ที่ติดรถมากับที่หาข้อมูลมาว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร หากไม่ตรงกันแต่เป็นชิ้นส่วนระดับเดียวกันต่างผู้ผลิตกัน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวลครับ แต่หากชิ้นส่วนที่ระดับต่ำกว่าข้อมูลที่หามาแต่ราคายังคงเท่าเดิม คุณควรถามเหตุผลจากร้านค้าว่าเป็นเพราะอะไรครับ

เลือกรถของคุณ ถ้าคนขายยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ ให้เข้าไปพูดคุยกับคนขายเลยครับ ลองพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังมองหา และรุ่นที่คุณหาข้อมูลมา ถ้าคนขายเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ เค้าก็สามารถแนะนำรถรูปแบบนั้นให้คุณได้ครับ และอาจจะมีอีกสองสามรุ่นที่ใกล้เคียงมาแนะนำให้คุณเปรียบเทียบ

ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณกำลังถูกโน้มน้าวให้ดูจักรยานที่ไม่เหมาะสมกับคุณ เช่น คนขายแนะนำจักรยานแข่งแต่คุณไม่ต้องการจักรยานเพื่อแข่ง หรือคนขายแนะนำจักรยานท่องเที่ยวทั้งที่คุณต้องการจักรยานเพียงเพื่อปั่นไปทำงาน คุณควรไปร้านอื่นแทนครับ

แต่ถ้าพนักงานขายฟังสิ่งที่คุณต้องการ และแนะนำลักษณะจักรยานที่แตกต่างกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับข้อมูลที่หามา ก็ลองพิจารณาดูก่อนได้ครับ เช่น คนขายบอกว่ารถแบบหนึ่งตำแหน่งท่านั่งจะทำให้หลังของคุณตั้งตรง กับอีกแบบทำให้ท่านั่งของคุณก้มและยืดตัวมาก ควรถามเหตุผล ซึ่งอาจมีข้อแนะนำที่ดีที่ช่วยในการตัดสินใจของคุณ และคุณอาจเปลี่ยนใจก็ได้ครับ

ตรวจสอบตามขั้นตอนต่างๆ อีกครั้ง ถามคนขายของคุณเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของวัสดุต่างๆ เฟรม ชิ้นส่วน ตำแหน่งท่านั่ง และลักษณะการใช้งานของจักรยานแต่ละแบบ ถ้าสิ่งที่คุณกำลังพิจารณาเข้าใกล้หรือ ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมที่สุด คุณจะไม่ผิดหวังกับจักรยานคันใหม่ของคุณครับ

ทดสอบปั่น

ลองปั่นรอบๆ ร้าน แค่ระยะสั้นๆ อาจไม่เพียงพอที่จะตัดสินเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของจักรยานคันใหม่ของคุณครับ แต่จะช่วยให้คุณพอมองเห็นปัญหาบางอย่างเพื่อแก้ไขมันได้ครับ ควรลองปั่นให้แน่ใจว่า อานถูกตั้งระดับที่เหมาะสม เพื่อให้เข่าของคุณงอเล็กน้อย ในขณะที่บันไดอยู่ด้านล่างสุด

*ถามตัวเองกับคำถามสำคัญเหล่านี้*

คุณรู้สึกว่าร่างกายส่วนบนของคุณ งอมากไป หรือยืดมากไป เมื่อปั่นบนถนนที่ราบไม่มีเนินหรือไม่
คุณรู้สึกว่าจักรยานของคุณโคลงเคลง หรือ ส่ายไปมา เมื่อเลี้ยวหัวจักรยานไปมาหรือไม่
คุณสามารถกำมือบีบก้านเบรก เพื่อการเบรก ได้สะดวก ง่ายๆ หรือไม่
เมื่อปั่นขึ้นเนิน การลุกขึ้นจากท่าจากนั่งไปเป็นท่ายืนทำได้สะดวกคล่องตัวดีหรือไม่

ต่อรอง หาข้อเสนอที่ดีที่สุด

เมื่อคุณตัดสินใจเลือกรถที่เหมาะกับคุณได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการเจรจาต่อรอง กฎที่ดีสุดเมื่อต้องทำการเจรจาราคา คือความสมเหตุสมผล ร้านจักรยานเป็นธุรกิจที่ไม่ง่ายและกำไรไม่มากนัก คนที่ทำงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เพราะพวกเขารักในจักรยาน ไม่ใช่ต้องการที่จะร่ำรวย ถ้าคุณกำลังซื้อจักรยานราคาสมเหตุสมผลที่ไม่แพงนัก (ราคาประมาณ 20,000-30,000 บาท กำไรของคนขายอาจจะน้อยมากครับ (Brian Fiske เปรียบเทียบกำไรน้อยนิดนี้เหมือนความบางของมีดโกนครับ)

หากมีจักรยานที่คุณต้องการเป็นรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งออกมา คุณอาจต่อรองเป็นบริการฟรีหลังการขายในเวลาที่นานขึ้นแทนครับ ไม่ควรคาดหวังที่จะขอลดราคาลงมา

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณกำลังซื้อจักรยานแพงกว่ารุ่นทั่วๆ ไป เช่นรุ่นที่เพิ่งออกเมื่อปีที่แล้ว หรือจักรยานที่มีแพคเกจที่รวมหมวกกันน็อก เครื่องมือ รองเท้า บันได กางเกงขาสั้น หรืออื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาที่จะขอส่วนลดบ้างครับ คนขายอาจจะพอลดให้ได้บ้างครับ

กลับบ้านเพื่อทดสอบ

ลองปั่นทำความคุ้นเคยครับ ในครั้งแรกๆ ควรใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการปั่น และให้เวลากับจักรยานของคุณเพื่อปรับแต่งบางสิ่งบางอย่าง เช่น ความสูงของเบาะ ระยะหน้าหลัง หรืออื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ทำความคุ้นเคยกับระบบเกียร์การปรับตำแหน่งเกียร์ การเบรกหยุดต่างๆ เมื่อคุ้นเคยเราจะได้ไม่เครียดหรือกังวลในการใช้งานจริงครับ


หมุนปรับเพื่อความแม่นยำ

ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มปั่น คุณอาจจะรู้สึกว่าการเปลี่ยนเกียร์ หรือการเบรกมันไม่นุ่มนวล อาจจะเบาไป อย่ากังวลครับ เพราะสายเคเบิ้ลต่างๆ จะมีการยืดตัวเล็กน้อยเมื่อมีการใช้งาน หรือปลอกสายมีการแกว่งไปมาไม่เข้าที่เข้าทางในขั้นตอนติดตั้ง เมื่อใช้งานมันจะเลื่อนไปตำแหน่งที่ควรเป็นครับ เป็นเรื่องปรกติของจักรยานที่เพิ่งนำมาใช้ใหม่ๆ ครับ ระมัดระวังในการปรับหมุน Barrel Adjuster ให้หมุนทวนเข็มครั้งละ ¼ รอบครับ จะช่วยให้การเข้าเกียร์ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแม่นยำขึ้น

ตรวจสอบผ้าเบรกว่าอยู่ในแนวที่สัมผัสขอบล้อได้พอดีเมื่อกำเบรก อย่าเพิ่งสับสนครับ หากอ่านไม่เข้าใจ แค่นำจักรยานคันเก่งของคุณกลับไปที่ร้านเพื่อให้ช่างประจำร้านจัดการให้ เพราะร้านที่เราซื้อจะให้บริการฟรีอยู่แล้ว

โทรปรึกษา แวะไปที่ร้าน เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ดีกว่าเดิม

หากมีปัญหาอย่ารีรอที่จะโทรปรึกษาร้านที่คุณซื้อจักรยานมาครับ อาจแวะไปขอคำแนะนำพร้อมจักรยานคู่ใจ อาจต้องมีการติดตั้งสับเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้รถทำงานได้ดีขึ้น ร้านค้าที่ดีจะสามารถให้คำแนะนำแก่คุณได้ครับ

Standard

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s